5 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับ การนอนหลับในตอนกลางคืน

นอนหลับในตอนกลางคืน

การนอนหลับพักผ่อน เป็นเรื่องที่สำคัญพอๆกับอาหารการกิน มนุษย์เราจะขาดการนอนหลับที่เพียงพอไม่ได้ พอๆกับการขาดน้ำหรืออาหารไม่กี่วันก็ลาโลกแล้ว

แต่ด้วยวิถีชีวิตแห่งการทำงานที่แข่งขันสูง เร่งรีบ คนกลุ่มที่ชอบทำงานหนักจะไม่ได้ให้ความสำคัญกับการนอนหลับให้เพียงพอเท่าที่ควร ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ นอนน้อยมาตลอดและไม่เคยเป็นอะไรก็คิดว่าไม่อันตราย

นั่นคือความเชื่อที่ผิดๆเกี่ยวกับการนอนหลับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 5 เรื่องต่อไปนี้ ที่มีคนไม่น้อยคิดมาตลอดว่าใช่ ใครที่เชื่อและทำแบบนี้มาตลอด ขอให้ลองปรับตัวแองดูใหม่ เพื่อสุขภาพร่างกายที่ดีขึ้น

5 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับ การนอนหลับ มีอะไรบ้าง?

  1. นอนให้เร็วแล้วจะหลับง่ายขึ้น

เช่น ปกติเป็นคนหลับยาก ขึ้นเตียงตั้งแต่ 3 ทุ่มแล้ว คิดว่าจะหลับซัก 4 ทุ่ม แต่หลับได้จริงก็ 5 ทุ่มไปแล้ว เลยลดเวลาเริ่มตั้งแต่ 2 ทุ่มซะเลย กลิ้งไปกลิ้งมาเดี๋ยวก็หลับ ซึ่งสูตรนี้ใช้ไม่ได้กับทุกคน

เราจะหลับได้ (ไม่ใช่แค่นอนหลับตาเฉยๆ) อุณหภูมิแกนกลางของร่างกายต้องลดต่ำลง จนถึงจุดที่ทำให้รู้สึกง่วงเอง ดังนั้น จะพยายามนอนให้เร็วขึ้น เพื่อให้หลับง่ายหรือหลับได้เยอะขึ้นก็ไร้ประโยชน์

  1. นอนเยอะๆ ยังไงก็ดีกว่า

ไม่จริงเสมอไปสำหรับข้อนี้ มีคนอยู่ประเภทนึง ที่ชอบนอนกลางวันด้วย ตกกลางคืนก็นอนเต็มที่ 8 ชั่วโมง โดยที่คิดว่าพักผ่อนเยอะต้องดี สดชื่น แน่นอน

แต่สิ่งที่สำคัญกว่า จำนวนชั่วโมงในการนอน คือ นอนหลับลึกได้มากแค่ไหน เพราะคนเรามีชีวิตประจำวันที่เริ่มต้นและสิ้นสุดไม่เหมือนกัน ทำให้มีนาฬิกาชีวิตที่ต่างกัน

และสิ่งนี้แหละคือตัวที่บอกว่า ทำไมคนเราถึงสามารถหลับและตื่นนอนในเวลาเดิมได้ทุกวัน โดยไม่ต้องพึ่งนาฬิกาปลุก

อย่าซีเรียสมากว่า จะต้องเข้านอนให้ได้ 3-4 ทุ่ม และนอนให้ครบ 8 ชั่วโมงทุกวัน ถ้าคุณ “หลับจริงๆ” แค่ 3-4 ชั่วโมงก็เพียงพอแล้ว

  1. ออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมก่อนนอน ทำให้เหนื่อยและหลับง่ายขึ้น

นี่ก็ไม่จริงเสมอไปเช่นกัน ขึ้นอยู่กับว่าคุณทำอะไรก่อนนอน หากได้ลองเต้นแอโรบิคก่อนนอนซัก 1-2 ชั่วโมง สำหรับบางคนนั้นช่วยให้หลับได้ แต่มีคนอีกมากที่นอกจากไม่หลับยังตื่นกว่าเดิมอีก

ปัจจัยที่ทำให้เรานอนไม่หลับนั้น มีมากกว่าความเหนื่อย ความเครียด กังวล หรือสารกระตุ้นอย่าง คาเฟอีน นั้นก็มีส่วน

  1. นอนน้อยมาตลอด แต่ไม่ป่วยเท่ากับไม่มีอันตราย

ข้อนี้ต้องระวังที่สุด โดยเฉพาะคนที่บ้างานแบบที่เรียกว่า วันนึงมี 24 ชั่วโมง ทำงาน 20 ที่เหลือนอน แถมทำมาสิบปีก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร ส่วนมากจะเกิดกับคนวัยทำงานอายุระหว่าง 25-40 เพราะร่างกายยังเอื้ออำนวย

แต่หลังจากนี้ การนอนน้อยเกินไป จะเริ่มส่งผลออกมา เช่น โรคซึมเศร้า และอื่นๆ อีกมากมาย ชั่วโมงการนอนที่กำลังดี ก็คือ 6-7 ชั่วโมงนั่นเอง

  1. เปิดไฟหรือปิดไฟนอนก็ไม่ต่างกัน

โดยธรรมชาติแล้วคงไม่มีใครที่ไม่ชอบปิดไฟนอน แต่มีบางคนเช่น คนที่กลัวผี กลัวความมืด จะเปิดไฟนอนและนอนหลับได้นานอีกต่างหาก

โดยคิดว่าผลลัพธ์ดีไม่ต่างกัน แต่ผลเสียของการเปิดไฟนอนก็คือ ฮอร์โมนบางตัวเช่น เมลาโทนิน ที่เป็นตัวต้านอนุมูลอิสระ หรือ โกรท ฮอร์โมน ที่มีส่วนทำให้ร่างกายเจริญเติบโต จะหลั่งได้ไม่ดี ทำให้เสี่ยงเป็นมะเร็ง และตัวไม่สูงขึ้นเท่าที่ควร (วัยรุ่นกลัวผีต้องระวัง)

ดังนั้น ถ้าไม่อยากเสี่ยงเป็นมะเร็ง หรือ ไม่อยากตัวไม่สูง นอนหลับแบบปิดไฟให้ห้องมืดสนิทเนี่ยแหละ ดีที่สุดแล้ว

THANITHA
Enable registration in settings - general