reed-hastings-netflix-ประวัติ

Netflix (เน็ตฟลิกซ์) บริษัทข้ามชาติผู้ให้บริการ VDO Steaming Online ระดับโลก ที่มียอดสมาชิกกว่า 100 ล้านคน ที่มี Reed Hastings (รีด แฮสติ้งส์) เป็นผู้กุมบังเหียน CEO นั้น จะมีความน่าสนใจแค่ไหน มาดูประวัติเค้าคนนี้กันค่ะ

ประวัติ Reed Hastings ผู้ก่อตั้ง Netflix

ประวัติของ Netflix จะเริ่มต้นไม่ได้ ถ้าขาดชายคนนี้ Reed Hastings (รีด แฮสติ้งส์) เป็นผู้ที่พลิกเข้ามาพลิกวงการภาพยนต์ออนไลน์อย่างแท้จริง

Reed Hastings เกิดเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 1960 เป็นชาวอเมริกัน เกิดที่รัฐ Massachusetts เมือง Boston เป็นลูกของ Joan Amory Loomis และ Wilmot Reed Hastings

Reed Hastings จบการศึกษาจากโรงเรียน Buckingham Browne & Nichols School Cambridge และเข้ารับการศึกษาต่อทางด้านคณิตศาสตร์ที่ Bowdoin College และจบการศึกษาจากที่นี่ในปี 1983 และเข้าทำงานกับ Peace Corps ซึ่งเป็นงานโครงการอาสาสมัคร กำกับดูแลโดยรัฐบาลของสหรัฐอเมริกา จัดส่งอาสาสมัครไปพัฒนาประเทศต่าง ๆ ที่ด้อยพัฒนา Hastings เคยไปที่ประเทศ Swaziland ที่อยู่ในทวีป Africa เพื่อสอนคณิตศาสตร์ ให้แก่นักเรียนในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ในระหว่างปี 1983-1985

Reed กล่าวว่าประสบการณ์ที่ได้รับจากการทำงานเป็นอาสาสมัครในทวีป Africa นั้นช่วยทำให้เขาได้เรียนรู้ ในการฝึกฝนตัวเองให้มีความอดทนและมีทักษะที่สามารนำมาประยุกต์ใช้กับการเริ่มต้นทำธุรกิจ และสร้างความมั่นใจให้กล้าพอที่จะต่อสู้กับความเสี่ยง

ภายหลังที่เขากลับจากการเป็นอาสาสมัครที่ประเทศ Swaziland เขาก็ได้เข้าศึกษาต่อที่มหาวิยาลัย Stanford University ในทันที และสำเร็จการศึกษาระดับ Master Degree ในสาขาวิทยาศาสตร์ คอมพิวเตอร์ ในปี 1988

ประวัติการทำงานของ Reed Hasting

Reed Hastings เริ่มทำงานทันทีที่จบการศึกษา ด้วยการเป็นนักพัฒนา Software โดยรับหน้าที่การปรับแต่งซอฟแวร์คอมพิวเตอร์ ที่บริษัท Adaptive Corporation โดยในปี 1990 เขาทำงานให้กับ Audrey MacLean ซึ่งเป็น CEO ของบริษัทอยู่ในขณะนั้น

ต่อมาในปี 1991 Hastings ก็ได้ลาออก เพื่อไปก่อตั้งบริษัทของตนเองโดยในปี นั้นเขาก็ได้ตั้งบริษัทของเขาเองโดยใช้ชื่อว่า บริษัท Pure Software เป็นบริษัทที่สร้างผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับ Software สำหรับใช้ในการแก้ปัญหาทางด้าน Software ให้กับบริษัทอื่น ๆ

โดยบริษัท Pure Software ที่เขาตั้งขึ้นมานั้นมีเติบโตอย่างรวดเร็ว จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่า เขามีความสามารถและมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาบริษัทให้เจริญก้าวหน้า ซึ่งเขาเองก็ต้องยอมรับว่า เขาไม่ได้มีการเตรียมการในการรองรับการบริหารจัดการ หากบริษัทเติบโตอย่างรวดเร็ว และด้วยความที่เขาเป็นวิศวกรอาชีพ เขาพบว่า ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของการเป็น CEO ค่อนข้างที่จะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเขา

ในปี 1996 Reed Hastings จึงได้นำ Pure Software ของเขาเข้าควบรวมกิจการกับ Atria Corporation ซึ่งต่อมาเกิดสิ่งที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อนขึ้น ภายหลังจากที่เข้าควบรวมกิจการเป็น Pure Atria ในปี 1997 บริษัทก็ถูกขายต่อไปให้กับบริษัท Rational Software

Reed ได้สะสมประสบการณ์การบริหารจัดการบริษัท จากการตั้งบริษัท Pure Software ของเขา ซึ่งถือว่าเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าสำหรับเขาอย่างมากในชีวิตการทำธุรกิจ

ในวันที่ 20 สิงหาคม ปี 1997 Reed Hastings ได้ร่วมกับ Marc Randolph จับมือกันก่อตั้ง Netflix ขึ้น เพื่อดำเนินธุรกิจด้านการให้เช่าสื่อความบันเทิง VDO ภาพยนตร์ แก่ลูกค้าที่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา และนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของตำนาน Netflix ที่พลิกโฉมวงการภาพยนต์ในปัจจุบัน

ประวัติ Netflix

Netflix ประวัติ

Netflix (เน็ตฟลิกซ์) เป็นบริษัทข้ามชาติผู้ให้บริการสื่อ VDO on Demand ทางอินเทอร์เน็ตทั่วโลก (ยกเว้นในบางพื้นที่) และผู้ให้บริการเช่ายืมดีวีดีและแผ่นบลูเรย์ทางไปรษณีย์ในสหรัฐอเมริกา

Reed Hastings ร่วมกับ Marc Randolph (มาร์ค แรนดอล์ฟ) ได้ก่อตั้ง Netflix ขึ้นเมื่อปี 1997 หรือปี พ.ศ. 2540 โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองลอสแกทัส รัฐแคลิฟอร์เนีย และมีออฟฟิศในอีกหลายประเทศเช่นเนเธอร์แลนด์ บราซิล อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

โดยจุดเริ่มต้นมาจากการที่ Reed ไปเช่าหนังดังเรื่อง Apollo 13 จากร้านเช่าหนัง แล้วเผอิญว่าเขาส่งหนังคืนช้ากว่ากำหนด ทำให้เขาต้องเสียค่าปรับกว่า 40 เหรียญ (ประมาณ 1,200 บาท) นั่นทำให้เขาหัวเสียอย่างมาก เพราะคิดว่ามันไม่ค่อยยุติธรรมเท่าไหร่ เพราะลูกค้าอาจจะไม่ได้สะดวกที่จะนำหนังไปคืนเมื่อครบกำหนด และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นที่เขาคิดจะทำร้านเช่าวีดีโอขึ้นมา

Reed ได้เปลี่ยนระบบใหม่ จากการให้เช่า DVD รายแผ่น มาเป็นให้ลูกค้าสมัครเข้าเป็นสมาชิก และชำระค่าบริการสมาชิกเป็นรายเดือน และพร้อมให้สมาชิกสามารถนำ DVD ไปรับชมได้ อย่างไม่มีข้อจำกัด

ซึ่งในการบริหารจัดการ Netflix เขาได้ออกกลยุทธ์ใหม่ ๆ มาเสมอ เพื่อมุ่งการขยายธุรกิจ ทั้งการเข้าสู่การเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจกับโรงฉายภาพยนตร์ และสร้างแคมเปญด้านการตลาด โดยเน้นไปที่การสร้างภาพลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ เป็นผู้ให้บริการสื่อความบันเทิง ทั้งภาพยนตร์ Indie ภาพยนตร์สารคดี และภาพยนตร์อื่น ๆ สร้างช่องทางการเข้าถึงลูกค้าในช่องทางการให้บริการอื่น ๆ เพิ่มมากขึ้น

netflix

Netflix เริ่มเปิดรับสมัครสมาชิกแบบเสียค่าบริการในปี พ.ศ. 2542 เมื่อถึงปี พ.ศ. 2552 บริษัทมี DVD ให้เลือกเช่ายืมประมาณ 100,000 เรื่อง และมีสมาชิกผู้เช่าและผู้รับบริการมากกว่า 10 ล้านรายทั่วโลก

ในปี พ.ศ. 2556 บริษัทเริ่มขยายธุรกิจไปยังการผลิตภาพยนตร์ต้นฉบับ จนถึงปี พ.ศ. 2559 เน็ตฟลิกซ์ได้ผลิตภาพยนตร์ซีรีส์และภาพยนตร์เรื่องยาวต้นฉบับกว่า 126 เรื่อง มากกว่าช่องโทรทัศน์และเคเบิลใดๆ